“ป้าต้อยทำอะไรอยู่เหรอคะ  หนูหวานช่วยนะคะ”

ชิชญาสุ์ร้องถามพลางช่วยยกโต๊ะให้ป้าต้อยเจ้าของห้องเช่าที่เธอเช่ามาได้สองปีกว่าแล้วตั้งแต่เรียนจบแล้วเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ

“อ๋อ..หนูหวานนี่เอง  ป้ากำลังจะจัดร้านน่ะจ้ะ”ป้าต้อยร้องตอบพลางส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ  ที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนาว่ารอยยิ้มนี่แหละที่ทำให้ป้าต้อยชนะการประกวดธิดาไร่ส้มเมื่อครั้งยังสาวมาแล้ว

“ร้านอะไรเหรอคะป้าต้อย  หวานไม่เห็นรู้เลย”

หญิงสาวสงสัย  เพราะตั้งแต่ไปทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้กลับมาที่ห้องแค่สองวัน  ดูเหมือนจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นหลายอย่างเลยทีเดียว

เมื่อเห็นหนูหวานของป้าต้อยทำท่าสงสัยเหลือเกินป้าต้อยจึงเฉลยว่า “พอดีป้าจะเปิดร้านเบเกอร์รี่นะจ้ะ ร่วมหุ้นกับคุณแตนเค้าน่ะ ก็ว่าจะขายพวกเบเกอร์รี่  นม  ชา  กาแฟ  นะจ้ะหนูหวาน  คือว่าคุณแตนเค้ามีฝีมือทางนี้ แล้วเค้าก็อยู่บ้านเฉยๆไม่มีอะไรทำ ป้าก็เลยลองชวนเค้าดูน่ะจ้ะ”

 คุณแตนที่ป้าต้อยพูดถึงเป็นสาวใหญ่ใจดีที่ยังสวยพริ้ง  มีบ้านอยู่ข้างๆกับหอพักของป้าต้อยนี่เอง คุณแตนมีสามีเป็นถึงท่านนายพล  วันๆเลยไม่ต้องทำอะไร ดังนั้นจึงเป็นภาพที่ชินตาของคนที่หอพักนี้  ที่มักจะเห็นคุณแตนมานั่งคุยกับป้าต้อยบ่อยๆ  บางครั้งก็คุยกันเสียจนดึกดื่น  บางทีอาจจะทำให้ป้าต้อยผู้ไม่มีสามี  ไม่มีลูกหลาน  ญาติพี่น้องคลายเหงาไปได้บ้าง

“ดีจังเลยค่ะป้าต้อย  หวานจะได้มาอุดหนุนก่อนไปทำงาน  ไม่ต้องหาทานที่อื่นให้เสียเวลาทำงาน”

“จ้าๆ  ป้าจะเปิดร้านอาทิตย์หน้า  หนูหวานอย่าลืมมาอุดหนุนป้านะจ้ะ”  ป้าต้อยกล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มแสนหวานมาให้

“ได้ค่ะป้า  หวานจะไปช่วยป่าวประกาศให้ที่ทำงานหวานด้วย  หวานจะได้รับจ๊อบขายขนมด้วย ป้าต้อยคะเดี๋ยวหวานขอตัวก่อนนะคะ  ต้องไปงีบชาร์ตพลังก่อนค่ะป้า ทำงานหนักมาหลายวันแล้ว”

หนูหวานก็ใช่ย่อยพูดเสร็จก็ส่งยิ้มสุดหวานที่ทำให้หัวใจหนุ่มๆที่ทำงานและที่หอละลายมาแล้ว  ให้ป้าต้อยกลับคืนมั่ง เดี๋ยวเสียยี่ห้อขวัญใจชาวหอและขวัญใจป้าต้อยหมด

 

ชิชญาสุ์หรือหวาน  เดินขึ้นบันไดมาเรื่อยๆจนมาถึงห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นห้าของหอพักป้าต้อย ซึ่งมีชื่อว่า  หอแสนสุข  เป็นหอพักรวมที่อยู่ย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งที่นี่เป็นมรดกของป้าต้อยแต่ป้าต้อยกลับไม่ยอมขายแม้ว่าราคาที่ดินที่นายหน้าเสนอจะสูงลิบลิ่วเลยก็ตาม  เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ป้าต้อยรู้สึกไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว  จึงทำให้แกตัดสินใจทำเป็นหอพักอารมณ์โฮมสเตย์ขึ้นมา  สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ได้ใจคนทั้งหอคือความใจดี อบอุ่นน่ารักและเป็นกันเองของป้าต้อยที่ปฏิบัติกับคนทั้งหอเหมือนเป็นญาติพี่น้องทั้งๆที่ก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  ทำให้ชาวหอพักซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯเหมือนกับหวาน รักและเคารพป้าต้อยและคลายความเหงา  ความคิดถึงบ้านได้มากเลยทีเดียว

            ห้องของชิชญาสุ์ถือได้ว่าเป็นห้องที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว  แต่เพราะความที่ชิชญาสุ์มีอาชีพเป็นนักเขียนประจำนิตยสารผู้หญิงยุคใหม่  ทำให้หล่อนมักจะอยู่ค้างคืนที่ออฟฟิศกับทีมงาน   โดยเฉพาะช่วงที่ต้องปิดต้นฉบับรวมทั้งเสนอตัวอย่างรูปแบบนิตยสารเล่มใหม่อย่างหลายวันมานี้   หญิงสาวจัดห้องนอนด้วยสีขาวครีม  สบายตาเป็นสัดส่วนรับกับขนาดห้องที่ไม่ได้กว้างนักตามประสาหอพักราคาไม่แพงที่หาได้ยากยิ่งในกรุงเทพฯเมืองฟ้าเมืองอมรอย่างนี้  เตียงนอนสีขาวสะอาดตาตั้งอยู่ชิดกับด้านประตู  โต๊ะอ่านหนังสือที่ทำจากไม้สีเข้มซึ่งมักจะมีเจ้าโน๊ตบุ๊คคู่ใจมาวาง  ก็ตั้งอยู่ติดกับหน้าต่างที่ลมโกรกเย็นสบาย รับกับผ้าม่านสีฟ้าน้ำทะเลที่ปลิวเอื่อยๆชวนให้นึกถึงเด็กน้อยวัยสดใส ห้องของชิชญาสุ์นั้นอยู่ทางด้านหลังของตึก  จึงทำให้ไม่ค่อยโดนแดด มีระเบียงยื่นออกไป  และด้วยความที่อยู่ชั้นห้าจึงไม่ถูกบดบังจากตึกในละแวกนี้   หญิงสาวจัดแจงหาโต๊ะไม้ฉำฉาทาด้วยสีขาวสะอาดตามาวาง  พร้อมพันธุ์ไม้แปลกตาที่หล่อนมักไปสรรหามาปลูกประดับเป็นประจำที่ว่างจากการเขียนเรื่องส่งสำนักพิมพ์  ทำให้พื้นที่ริมระเบียงเป็นที่นั่งพักผ่อนยามเหนื่อยล้า  หรืออ่านหนังสือจิบชาเย็นกับขนมปังปิ้งราดนมข้นหวานฝีมือของเธอเองเป็นประจำ  สุดแสนสบายใจสมกับชื่อของหอพักที่ว่า  หอแสนสุข

                ชิชญาสุ์เป็นคนเชียงใหม่  การที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วมาหางานทำในกรุงเทพฯนั้น  แรกๆถือเป็นเรื่องลำบากมิใช่น้อยกว่าหล่อนจะปรับตัวได้  ทั้งหางาน  หาที่พัก  ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม  ความวุ่นวาย  การคิดถึงบ้านซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับชิชญาสุ์  เพราะพื้นฐานครอบครัวของหล่อนที่แม้ไม่ร่ำรวยแต่กลับอบอุ่น  เรียกได้ว่าเธอไม่เคยขาดความรักจากครอบครัวเลยแม้แต่น้อย   และหากไม่รู้จักสาวน้อยเจ้าของใบหน้าหวานๆ ตาสีน้ำตาลเข้มๆ แล้วคงคิดว่าเป็นเพียงผู้หญิงที่อ่อนหวาน  บอบบาง และไม่สู้คน  แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอมีนิสัยที่ตรงข้ามกับหน้าตาเกือบสิ้นเชิง  นั่นคือนอกจากจะพูดจาตรงๆ แล้ว  เธอยังเล่นเทควันโด ยูโด จนได้สายดำ  ยิงปืนได้แม่นชนิดที่พ่อของเธอผู้เป็นตำรวจยังยอมรับในความสามารถของเธอ  และเธอเกลียดจริงพวกที่ถามอะไรแล้วไม่ตอบเนี่ย เฮ้อ ให้ตายเถอะ  

ด้วยตั้งใจแต่แรกว่าจะมานอนงีบซักพักหลังจากที่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้หล่อนกินอยู่หลับนอนที่ออฟฟิศมาตลอด  แทบไม่ได้พักผ่อน  เนื่องจากทางสำนักพิมพ์มีแผนว่าจะเปิดนิตยสารใหม่แนวท่องเที่ยวจึงทำชิชญาสุ์ต้องประชุม สรุปงาน  และร่างแบบพรีเซนต์ให้พี่ก้อย  ผู้ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของสำนักพิมพ์  บรรณาธิการ และเจ้านายของเธอแล้ว  พี่ก้อยยังทำหน้าที่เป็นทั้งพี่สาวนอกไส้ของเธอ ด้วยความที่ว่าอุปนิสัยของทั้งคู่คล้ายกัน  และเข้ากันได้เป็นอย่างดี พี่ก้อยจึงตกลงใจจะเป็นพี่สาวของเธอด้วยความเต็มใจ

“มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจก็บอกพี่ได้นะหวาน ไม่ต้องเกรงใจพี่ ถ้ามีเรื่องที่มันเครียดแล้วไม่ยอมบอกพี่ พี่โกรธเธอจริงๆด้วย เราสองคนก็เหมือนพี่น้องกันนะ”  น้ำหวานรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามา พี่ก้อยจึงรู้หมด และทำหน้าที่พี่สาวดูแลน้องสาวอย่างเธอได้เป็นอย่างดี  

 

หลังจากงีบไปได้ซักพัก เสียงดังโตกตากก็ดังเล็ดลอดมาในห้องของเธอ

 “เสียงอะไรเนี่ย ฮือๆ  ๆ นี่ชั้นจะได้นอนมั้ยเนี่ย “

ชิชญาสุ์โอดครวญ  เธออยากนอนหลับให้สนิทเต็มที่  เพื่อชดเชยที่แทบไม่ได้นอนมาทั้งสัปดาห์

และแม้น้ำหวานจะพลิกตัวไปมาหลายสิบรอบ  เอาหมอนมาปิดหูก็แล้ว  เสียงที่ดังน่ารำคาญก็ไม่ยอมหยุดซะที

“เฮ้อ  แล้วเสียงมาจากไหนน๊า  ไหนๆ ขอหาต้นตอหน่อยซิ”

ไหนๆ เธอก็นอนไม่ได้อยู่แล้ว  ก็เลยขอทำหน้าที่นักสืบหน่อยก็แล้วกัน  เงี่ยหูๆๆ  เอ๊ะ !  เสียงนี่มันดังมาจากห้องข้างๆนี่นา  ก็ไหนป้าต้อยบอกว่าห้องนั้นยังไม่มีใครเช่านี่นา  รึว่า  ขโมย แต่ว่ามันจะมาขโมยอะไรในเมื่อห้องนั้นไม่มีอะไรอยู่แล้ว รึว่ามันอาจจะแอบมาเจาะรูดูเรา อ๊ายๆ ๆ ไม่โรคจิต ไม่ได้การแล้ว อย่างนี้ หนูหวานขอจัดการ  ๆ ๆ  เอาล่ะ ๆๆ ค่อยๆย่องไปที่ห้องข้างๆดีหว่า  ไม่คิดเปล่าแต่ชิชญาสุ์คว้าอาวุธประจำตัวไปด้วยนั่นคือ ที่ชอร์ตไฟฟ้า ที่พี่สาวผู้แสนดูดีอย่างพี่ก้อยซื้อให้ด้วยแหตุผลง่ายๆ “คนเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ได้” ก่อนที่ชิชญาสุ์จะค่อยๆย่องไปยังห้องข้างๆ ๆ โดยที่เธอลืมไปกระมังว่าก็สัปดาห์นี้เธอไม่ได้กลับมาที่หอแห่งนี้ด้วยซ้ำ  แล้วป้าต้อยจะบอกได้อย่างไรล่ะ  ว่าห้องข้างๆเธอนั้น  มีชายหนุ่มหน้าคมรูปหล่อแต่ติสท์แตกมาเช่าห้องเอาไว้แล้ว  แต่เอ๊ะ ชายหนุ่มผู้(กำลัง)เคราะห์ร้ายนี้จะรู้มั้ยนะ ว่ามีสาวสวยข้างห้องกำลังหมายมาดจะชอร์ตเค้าอยู่  ในฐานะ “ไอ้โรคจิต”

 

Comment

Comment:

Tweet